๒. ข้อมูลด้านการบริหาร
๒.๑ ชื่อ-สกุลผู้บริหาร นายวันชัย จันทร์ณรงค์
วุฒิการศึกษาสูงสุด ปริญญาตรี สาขาวิชาเอก บริหารโรงเรียน ชื่อย่อวุฒิ คบ.
ดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนนี้ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๓ จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา ๓๐ ปี
๒.๒ ผู้ช่วยผู้บริหาร –ไม่มี-
๒.๓ ประวัติโดยย่อ คำขวัญ และวัตถุประสงค์เฉพาะของสถานศึกษา
โรงเรียนบ้านพรุตะเคียน ได้รับอนุญาตให้จัดตั้ง ตามหนังสือองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร (ในสมัยนั้น) ที่ จ.ชพ.๐๒/๑๓๓ ลงวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๒๓ โดยความร่วมมือของชาวบ้านยื่นเรื่องเพื่อขอสร้างเป็นโรงเรียน อาคารเรียนหลังแรกเป็นอาคารชั่วคราวหลังคามุงสังกะสี ฝาไม้ไผ่ขัดแตระ พื้นที่ทั้งหมด ๓๖ ไร่ ๒ งาน ๓ ตารางวา (ตามหลักฐาน สปก.แปลงเลขที่ ๘๗๒/๑ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๓๓) เปิดทำการสอนครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๓ มีครูสอนคนแรก คือนายวันชัย จันทร์ณรงค์
คำขวัญของโรงเรียน “รักสะอาด เรียนดี มีวินัย”
ปรัชญาของโรงเรียน “ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน”
วิสัยทัศน์ “โรงเรียนบ้านพรุตะเคียน ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณธรรมนำความรู้ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาทักษะการคิด รักการทำงาน ใฝ่รู้ใฝ่เรียน ครูจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พัฒนาและนำหลักสูตรท้องถิ่นมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายในปี ๒๕๕๕”
๕. สภาพชุมชนโดยรวม
๕.๑ สภาพชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนมีลักษณะ ด้านภูมิศาสตร์ พื้นที่เป็นที่ราบเนินเขา มีประชากร ประมาณ ๑,๕๐๐ คน บริเวณใกล้เคียงโดยรอบโรงเรียนได้แก่ วัดถ้ำพรุตะเคียน ศาลพ่อตาหินช้าง, โรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม อาชีพหลักของชุมชนคือ เกษตรกรรม เนื่องจากมีสภาพพื้นที่เหมาะสมในการทำสวน เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ส่วนใหญ่นับถือศาสนา พุทธ ประเพณีศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปคือ ประเพณีตลาดนาบุญเขต,ตักบาตรเทโว
๕.๒ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ จบการศึกษาระดับประถมศึกษา
ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม คิดเป็นร้อยละ ๙๕
นับถือศาสนา พุทธ คิดเป็นร้อยละ ๙๕
นับถือศาสนา คริสต์ คิดเป็นร้อยละ ๕
ฐานะทางเศรษฐกิจ/รายได้โดยเฉลี่ย ต่อครอบครัว ๑๐๐,๐๐๐ บาท/ต่อปี
จำนวนคนเฉลี่ยต่อครอบครัว ๓ คน
๕.๓ โอกาสและข้อจำกัดของโรงเรียน
ด้านโอกาส โรงเรียนอยู่ในชุมชนที่ประชากรมีความขยันขันแข็งในการประกอบอาชีพ และปลูกพืชสวนเศรษฐกิจ เช่นยางพารา,ปาล์มน้ำมัน,กาแฟ ,สวนผลไม้ (สวนทุเรียน) ได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครองนักเรียนและจากวัด, จากหน่วยงานสถาบันชุมชนต่างๆ เป็นอย่างดี
ด้านข้อจำกัด ขาดครูและบุคลากรเสริมด้านการปฏิบัติงาน ครูต้องมีภาระงานมากและครูร้อยละ ๖๒.๕๐ บ้านพักอยู่ไกลจากโรงเรียนทำให้เวลาที่จะทุ่มเทให้กับการจัดกระบวนการเรียนการสอนไม่สามารถจัดได้เต็มที่ เพิ่มภาระค่าครองชีพของครูเรื่องค่าพาหนะในการเดินทาง ด้านอาคารสถานที่มีอาคาร ห้องเรียน ไม่เพียงพอ ประชากรวัยเรียนส่วนใหญ่มาจากผู้ปกครองที่มารับจ้างกรีดยางพาราจากต่างจังหวัดจึงมีการย้ายเข้าออกบ่อยครั้ง เพราะผู้ปกครองถูกเลิกจ้างกลางคันต้องอพยพกลับถิ่นฐานเดิมทันที
ข้อเสนอแนะจากการประเมินภายนอกรอบแรก
ควรจัดโครงการพัฒนาบุคลากร เน้นการทำ workshop ในเรื่องต่างๆที่ยังไม่ถูกต้องสมบูรณ์ เช่น การกำหนดวิสัยทัศน์ การเขียนโครงการ รายงานการนิเทศติดตามและประเมินผลของงานโครงการและจัดทำข้อมูลสารสนเทศ
เงื่อนไขความสำเร็จ
บุคลากรของโรงเรียนบ้านพรุตะเคียน มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆได้ตรงตามวัตถุประสงค์และหมาย
ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในอนาคต
การดำเนินการพัฒนาสถานศึกษาในอนาคต เป็นการวางแผนยุทธศาสตร์ของการจัดการศึกษาเพื่อให้สถานศึกษาจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตรงตามเป้าหมายของชาติ ซึ่งควรมีทิศทางดังนี้
ขณะนี้โรงเรียนบ้านพรุตะเคียนได้ดำเนินการมาถูกทิศทางแล้ว หากแต่ยังขาดขั้นตอนบางประการดังนี้ได้นำเสนอต่อผู้บริหารไปแล้วในเบื้องต้น การบริหารโดยใช้ SBN (School-Based Managiment ) โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ผู้บริหารและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีความเข้าใจถึงคุณลักษณะที่จำเป็น และบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและพัฒนาปรับปรุงบุคลากรทุกฝ่ายจะต้องมีความรู้ความสามารถ มีเทคนิค มียุทธศาสตร์และกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการดำเนินการ ตลอดจนจะต้องมีดรรชนีบ่งชี้ประสิทธิผลอย่างเป็นรูปธรรม
การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพัฒนาไปในลักษณะองค์รวม โดยฝึกแนวทางพัฒนาสมอง และฝึกกรอบพหุปัญญาเพื่อพัฒนาทางด้านความคิดสร้างสรรค์และความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ไปพร้อมๆ กับปัญญาทางด้านร่างกายและเชาว์ปัญญา (IQ) รวมทั้งปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ ส่งเสริมสุนทรียภาพด้านกีฬา ศิลปะ ดนตรี แก่ผู้เรียนให้เกิดเป็นสุขนิสัยและนำไปใช้กับชีวิตประจำวันและศึกษาต่อในอนาคต เพราะว่ากิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต คือปัจจัยหลักที่ต้องคำนึงถึง
ที่ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวแทนผู้ปกครองและชุมชน ฝากผ่าน สมศ. มาถึงรัฐบาลว่า ให้ช่วยจัดงบประมาณ สร้างบ้านพักครู ให้โรงเรียนสัก ๑-๒ หลัง เพราะครูส่วนหนึ่งที่ต้องเดินทางไปกลับระหว่างบ้านกับโรงเรียนมากกว่าวันละ ๒๐๐ กิโลเมตร (จาก อ.สวี – อ.ท่าแซะ จังหวัดชุมพร) ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานของบุคลากร
ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาสถานศึกษา
ด้านผู้เรียน
ผู้เรียนระดับปฐมวัย ควรได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับพัฒนาการทั้ง ๔ ด้าน ของผู้เรียนตามแผนการจัดประสบการณ์ที่สถานศึกษาได้กำหนดไว้ โดยผ่านกระบวนการจัดประสบการณ์จากกิจกรรมหลัก ๖ กิจกรรมในแต่ละวันให้มีความหลากหลายในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ สื่อ กิจกรรม เกม ตามความสนใจของผู้เรียน ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และเอื้อต่อการเรียนรู้ ทั้งในและนอกห้องเรียน โดยทำตามสถานการณ์ให้ผู้เรียนได้เล่นและเรียนรู้ ด้วยการใช้ทักษะพื้นฐานตามพัฒนาการเรียนของผู้เรียน เช่นการใช้กล้ามเนื้อใหญ่-เล็ก ประสาทสัมผัสทั้งห้า การสื่อสาร การสังเกต และการสำรวจ ตลอดจนความสามารถเชื่อมโยงความรู้และทักษะต่างๆในเรื่องมิติสัมพันธ์ การกะประมาณ การรู้จักตนเอง ผู้อื่นและธรรมชาติแวดล้อมรอบๆตัวผู้เรียนภายใต้การวางแผนและประเมินผลร่วมกันของครู ผู้เรียน และผู้ปกครองอย่างมีเป้าหมายและมีความต่อเนื่อง
ผู้เรียนระดับประถมศึกษา ควรได้รับการพัฒนาผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน จากการกำหนดสภาพการณ์การเรียนรู้ ที่ท้าทายต่อการคิด การแก้ปัญหา ในรูปแบต่างๆของกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้ทักษะกระบวนการศึกษา การวางแผน การกำหนดขั้นตอนในการทำงาน การรู้จักแก้ปัญหา และประเมินผลระหว่างการทำงาน และหรือเมื่องานเสร็จสิ้น อย่างเป็นระบบและมีขั้นตอนโดยผู้เรียนเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ สื่อที่หลากหลาย ทั้งสื่อธรรมชาติและสื่อเทคโนโลยี ในและนอกสถานศึกษา ตามศักยภาพและพัฒนาการของผู้เรียน และผู้เรียนมีผลงานที่แสดงถึงประสบการณ์ในการใช้ทักษะจากการฝึกปฏิบัติ การสังเกต สำรวจ สอบถาม ศึกษา ค้นคว้า สรุปประเด็นความรู้ และความคิดรวบยอดจากการฝึกปฏิบัติ การค้นพบองค์ความรู้ การแก้ปัญหา และการวางแผนงานใหม่ได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่องโดยใช้กระบวนการกลุ่ม การประเมินผลการเรียนรู้เป็นองค์ประกอบในการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ด้านครูผู้สอน
ระดับปฐมวัย ครูควรพัฒนาวิธีการประเมินพัฒนาการเรียนของผู้เรียนให้สอดคล้องกับมาตรฐานพัฒนาการของผู้เรียนทั้ง ๔ ด้าน จาการจัดประสบการณ์สำคัญ และสาระที่ควรเรียนรู้ ในทุกกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีเป้าหมาย มีการจัดมุมประสบการณ์ให้เป็นสัดส่วน และสอดคล้องกับการส่งเสริมพัฒนาการของผู้เรียนที่จำเป็นต้องใช้กระบวนการเรียนรู้จากการเล่นเป็นสำคัญ และมีการบันทึกพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง
ระดับประถมศึกษา ครูควรพัฒนาวิธีการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเกิดศักยภาพอย่างสอดคล้องกับคำอธิบายรายวิชาในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ และระดับการศึกษา โดยกำหนดสถานการณ์ การเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ สื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีอย่างหลากหลาย ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาอย่างเหมาะสมตามพัฒนาการและความแตกต่างของผู้เรียน โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญตามรูปแบบการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับธรรมชาติ สนับสนุนการจัดกระบวนการเรียนรู้ การทำงานโดยใช้กระบวนการกลุ่ม มีการประเมินผลกาสรเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสภาพจริง ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ คุณภาพ และทักษะกระบวนการ อย่างเป็นระบบและสามารถนำข้อมูลหรือผลการประเมินไปใช้ปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้ได้ด้วยระบบวิธีการวิจัยอย่างต่อเนื่อง
ด้านผู้บริหาร
ผู้บริหารควรมีการพัฒนาต่อเนื่องในเรื่องระบบการบริการจัดการให้สอดคล้องกับระบบประกันคุณภาพภายในตามกฎกระทรวง โดยส่งเสริมให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรฐานและคุณภาพงานให้ชัดเจน อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทชุมชน โดยเฉพาะการส่งเสริมใช้หลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ ทั้งที่เป็นสื่ออุปกรณ์ สื่อเทคนิค-วิธีการ สื่อธรรมชาติ และสื่อประเภทเทคโนโลยี ควรมีระบบและขั้นตอนในการใช้พัฒนาอย่างมีเป้าหมาย ทั้งระดับปฐมวัยและระดับประถมศึกษา ให้เป็นระบบและมีความต่อเนื่องทั้งระบบไว้เรียบร้อย
|